Discuz! Board

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
คำค้นยอดนิยม: กิจกรรมเพื่อนdiscuz
ดู: 561|ตอบ: 0

สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย [คัดลอกลิงก์]

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

โพสต์เมื่อ 2015-5-20 22:18:56 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย


สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย

สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย


สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย

สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย


สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย

สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย


สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย

สมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย


กระทิง


กระทิง ชื่อสามัญ Alexandrian laurel, Beautiful-leaf, Bornero mahogany, Indian laurel


กระทิง ชื่อวิทยาศาสตร์ Calophyllum inophyllum Linn. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Calophyllum polyanthum Wall. ex Choisy) จัดอยู่ในวงศ์ CLUSIACEAE (GUTTIFERAE) เช่นเดียวกับชะมวง ติ้วเกลี้ยง ติ้วขน บุนนาค มะดัน มะพูด มังคุด รงทอง ส้มแขก และสารภี


สมุนไพรกระทิง มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า เนาวกาน (น่าน), สารภีทะเล (ประจวบคีรีขันธ์), ทิง (กระบี่), สารภีแนน (ภาคเหนือ), นอ (ภาคอีกสาน), กระทึง กากทึง กากะทิง กากระทึง (ภาคกลาง), กะทึง กาทึง ทึง (ภาคใต้), ไท่กวั๋อหงโฮ่วเขอ หูถง (จีนกลาง) เป็นต้น


ต้นกระทิง เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอินโดจีน (ไทย พม่า ลาว เวียดนาม เขมร มาเลเซีย อินเดีย ศรีลังกา)[4] ในประเทศไทยมีต้นกระทิงอยู่ 2 ชนิด ชนิดแรกใบสีเขียว (Calophyllum inophyllum Linn.) ส่วนอีกชนิดจะเป็นใบสีแดง (Calophyllum polyanthum Wall. ex Choisy) แต่ไทยเรามักจะใช้ต้นกระทิงใบเขียวกันมากกว่า


ลักษณะของต้นกระทิง
•ต้นกระทิง จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นทรงพุ่มทึบ ไม่เป็นระเบียบ ลำต้นค่อนข้างสั้นและมักบิดแตกเป็นกิ่งใหญ่ๆ จำนวนมากทั้งแนวนอนและแนวตั้ง หรือห้องลง มีความสูงของต้นประมาณ 8-20 เมตร เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีแดงเข้ม ต้นเมื่อแก่จะแตกเป็นร่อง ภายในมียางสีเหลืองใสๆ เปลือกด้านในเป็นสีชมพู ส่วนแก่นไม้เป็นสีน้ำตาลอมแดง ตายอดเป็นรูปกรวยคว่ำ มีขนสีน้ำตาลปนสีแดงอยู่ประปราย โดยต้นกระทิงเป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด มักขึ้นตามป่าใกล้ชายทะเล ป่าดงดิบ พบได้มากทางภาคใต้ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการตอนกิ่ง ชอบดินทรายระบายน้ำได้ดี แต่ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด หากได้รับน้ำมากพอใบจะเป็นมันสวยงาม (สำหรับการตัดแต่งพันธุ์ไม้ชนิดนี้ควรระมัดระวังน้ำยางสีเหลืองจากต้นด้วย เพราะมีความเป็นพิษ)


•ใบกระทิง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี หรือเป็นรูปไข่กลับแกมขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบมนกว้างและมักหยักเว้าเล็กน้อย ใบมีความกว้างประมาณ 4-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-15 เซนติเมตร ใบเป็นสีเขียวเข้ม เนื้อใบค่อนข้างหนาแข็ง และเกลี้ยง ขอบใบเรียบและผิวมันเคลือบ ท้องใบเรียบเป็นสีอ่อนกว่า มีเส้นแขนงใบถี่มากและขนานกัน มองเห็นไม่ชัดเจน ส่วนเส้นกลางใบเป็นร่องทางด้านหลังใบ ใบอ่อนเป็นสีน้ำตาลแดง เมื่อแก่จะแห้งเป็นสีน้ำตาล และมีก้านใบยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร (เปลือกของต้นมีสารแทนนินอยู่ 19%


•ดอกกระทิง ออกดอกเป็นช่อตามปลายกิ่งและตามง่ามใบ ช่อละประมาณ 5-8 ดอก ดอกเป็นดอกเดี่ยวแยกกันอิสระ ดอกเป็นสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลีบเลี้ยงดอกมี 4 กลีบ ยาวประมาณ 2.7-10 มิลลิเมตร โดยสองกลีบนอกจะเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับและงอเป็นกระพุ้ง ยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร ส่วนอีกสองกลับถัดเข้าไปจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย ส่วนกลีบดอกมี 4 กลีบ กว้างประมาณ 7-8 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 9-12 มิลลิเมตร ลักษณะเป็นรูปช้อน หรือรูปไข่กลับ ขอบงอ ดอกเมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร ลักษณะของดอกเป็นดอกตูมค่อนข้างกลมสีขาวนวล ดอกมีเกสรตัวผู้สีเหลืองจำนวนมาก มีกลิ่นหอม เป็นแต้มสีเหลืองรอบๆ เกสรตัวเมียที่ชูพ้นเกสรตัวผู้


•ผลกระทิง ผลเป็นผลสดค่อนข้างกลมและฉ่ำน้ำ ผลมีลักษณะทรงกลมหรือเป็นรูปไข่และแข็ง ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตร ผิวผลเรียบ ปลายผลเป็นติ่งแหลม ผลสดสีเขียว เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อผลแห้งผลจะย่นและเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำตาลปนแดงอ่อน และภายในผลมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด เมล็ดมีเปลือกแข็ง[1],[4] (เมล็ดเมื่อนำมาบีบหรือสกัดด้วยตัวทำลายอินทรีย์ จะให้น้ำมันสีเหลืองอมสีเขียวประมาณ 50-70% และมีกลิ่นที่ไม่ชวนดม หรือที่เรียกว่า Dill oil, Poppy Seed oil, และ Laurel oil นอกจากนี้ยังมีเรซินอีกด้วย)


สรรพคุณของกระทิง
1.ใช้ทั้งต้น มีรสเมาและฝาดเล็กน้อย ใช้เป็นยาสุขุม มีพิษเล็กน้อย (ทั้งต้น)
2.ดอกมีรสหอมเย็น ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อาการการเต้นของหัวใจผิดปกติ และใช้ปรุงเป็นยาหอม (ดอก,ดอกและใบ)
3.ดอกใช้เป็นยาชูกำลัง (ดอก)
4.ใบมีรสเมาเย็น สรรพคุณช่วยแก้อาการตาแดง ตาฝ้า ตามัว และใช้ล้างตา โดยใช้ใบตำกับน้ำสะอาดล้างตา (ใบ)
5.ยางมีฤทธิ์ทำให้อาเจียน (ยาง)
6.ยางจากต้นและเปลือกต้นใช้เป็นยาพอกทรวงอกแก้วัณโรคปอด (ยาง)
7.ยางมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย ยาระบายอย่างรุนแรง (ยาง)
8.ช่วยขับปัสสาวะ (ยาง)
9.น้ำคั้นจากใบใช้เป็นยาฝาดสมานภายนอกใช้กับโรคริดสีดวงทวาร (ใบ)
10.น้ำมันจากเมล็ดที่ทำให้บริสุทธิ์ ใช้กินแก้โรคหนองใน (น้ำมันจากเมล็ดบริสุทธิ์)
11.เปลือกต้นใช้ทำต้มเป็นยาขับปัสสาวะในโรคหนองใน (เปลือกต้น)
12.ช่วยแก้ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ และช่วยแก้อาการปวดประจำเดือนของสตรี (ดอกและใบ)
13.เปลือกต้นใช้ทำเป็นปลาสเตอร์ปิดแผล (เปลือกต้น)
14.ช่วยรักษาแผลสดห้ามเลือด (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
15.ต้นกระทิง สรรพคุณเปลือกต้นใช้เป็นยาแก้คัน (เปลือกต้น)
16.ยางจากต้นและเปลือกใช้ภายนอกสำหรับล้างแผลอักเสบเรื้อรัง (ยาง)
17.เปลือกต้นใช้ชำระล้างแผล (เปลือกต้น)[5] รากใช้เป็นยาล้างแผล (ราก)
18.ต้นและเปลือกต้นให้ยางใช้สำหรับทาแผล เป็นยาสมานแผลและกัดฝ้า (เปลือกต้น,ยาง)
19.ช่วยแก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน แก้เหา และช่วยสมานแผล (น้ำมันจากเมล็ด)
20.ช่วยรักษาโรคเรื้อน (เปลือกต้น,น้ำมันจากเมล็ด)
21.น้ำมันจากเมล็ด ใช้แก้หิดและกลากเกลื้อน (น้ำมันจากเมล็ด)
22.รากช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ราก) เปลือกต้นช่วยแก้อาการฟกช้ำดำเขียว (เปลือกต้น)
23.เปลือกต้นใช้เป็นยาทาภายนอกแก้อาการบวม (เปลือกต้น)
24.รากใช้เป็นยาแก้อาการปวดบวมเคล็ดขัดยอก (ราก)[1] ส่วนเมล็ด (น้ำมัน) รสเมาร้อนและมีน้ำมัน ใช้สำหรับถูนวดแก้อาการปวดข้อ แก้อาการเคล็ดขัดยอก แก้บวมได้ (น้ำมันจากเมล็ด)
25.ช่วยแก้อาการปวดเมื่อย ปวดตามแข้งตามขา เนื่องจากลมชื้น (ราก)
26.ช่วยแก้อาการปวดหลัง อันเนื่องมาจากไตพร่อง (ราก)
27.ชวยแก้อาการปวดข้อ ปวดกระดูก (ราก)


วิธีการใช้ : ใบ เปลือกต้น ราก ถ้าเป็นยาแห้งให้ใช้ครั้งละ 10-15 กรัม ส่วนรากสดให้ใช้ครั้งละ 20-30 กรัม ถ้าใช้ภายในให้นำมาต้มกับน้ำดื่ม หากใช้ภายนอกเพื่อรักษาแผลสดห้ามเลือด แก้เคล็ดขัดยอก อาการปวดบวม ให้ใช้ตามที่ต้องการ


ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรกระทิง
•ยาจากสมุนไพรกระทิงมีพิษ เวลาใช้ต้องระมัดระวัง
•ยางจากต้นกระทิงมีพิษ มีฤทธิ์ทำให้อาเจียนและออกฤทธิ์เป็นยาถ่ายอย่างรุนแรง
•ใบกระทิงมีสาร Saponin และสารเมื่อละลายน้ำแล้วจะมีสาร Hydrocyanic acid ออกมา จึงทำให้เป็นพิษต่อมนุษย์และปลา
•หากนำผลของกระทิงไปสกัดด้วยแอลกอฮอล์ 60% จะทำให้สารที่ได้มาไม่เป็นพิษ


ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของกระทิง
•สารสกัดชั้นน้ำและชั้นเมทานอลมีฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อ HIV-1 และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ HIV-1 reverse transcriptase
•สารสกัดจากเปลือกรากมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
•สาร Calophyllolide ซึ่งเป็นสารจำพวก Lactone ที่แยกได้จากต้นกระทิงมีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ
•สารสกัดและสารที่แยกได้จากเปลือกรากของกระทิง มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียจำพวกแกรมบวก และสารจำพวก Coumarin ที่ได้จากต้นกระทิงมีฤทธิ์ในการยับยั้ง Retrovirus หลายชนิด
•สารจากต้นกระทิงมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของ Phagocyte
•ฤทธิ์ในการต้านเชื้อ HIV สารคูมารินส์ 2 ชนิด ที่พบในใบและกิ่งของต้นกระทิง คือ inophyllum B และ P มีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ reverse transcriptase ของ HIV-1


ประโยชน์ของกระทิง
1.ทั้งต้นและใบ สามารถนำมาใช้ทำเป็นยาเบื่อปลาได้
2.น้ำมันจากเมล็ดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการปรุงเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และใช้ทำสบู่ได้
3.น้ำมันจากเมล็ดนำมาใช้ผสมทำเป็นน้ำมันไบโอดีเซลได้
4.ยางจากต้นและเปลือกต้นใช้แต่งกลิ่น (ไม่ได้ระบุว่าแต่งกลิ่นอะไร)
5.นิยมปลูกต้นกระทิงเพื่อเป็นไม้ให้ร่มเงา ชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ปลูกได้ตั้งแต่ชายทะเลถึงบนเขาสูง หรือจะปลูกไว้ในกระถางก็ได้ เนื่องจากเป็นไม้ที่เจริญเติบโตช้า (ไม่ควรปลูกไว้ใกล้บริเวณอาคาร เพราะต้นกระทิงระบบรากมีความแข็งแรง อาจทำให้เกิดความเสียหายกับตัวอาคารได้) ใบไม่หลุดร่วงง่ายและมันเป็นเงาสวยงาม ทนดินเค็ม แสงแดดจัด และลมแรงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่มีโรคและแมลงมารบกวน สามารถควบคุมการออกได้ด้วยการให้น้ำและการใส่ปุ๋ยอย่างถูกต้อง
6.เนื้อไม้กระทิง สามารถนำมาใช้งานก่อสร้าง ทำเครื่องเรือน ทำตู้ ไม้หมอนรถไฟ เครื่องมือเกษตรกรรม เช่น แอก ฯลฯ หรือใช้ทำเรือ และกระดูกงูเรือได้
ขอบคุณข้อมูล frynn

ยาสมุนไพร / สมุนไพรรักษาอาการ /ยาธรณีสัณฑะฆาต

ชื่อยาสามัญประจำบ้านแผนไทย : ยาธรณีสัณฑะฆาต

ยาธรณีสัณฑะฆาต ( ยากำลังราชสีห์ )


แก้กษัยเส้น , ปวดเมื่อยตามร่างกาย , เหน็บชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า , เส้นเอ็นแข็งกระด้าง เส้นตึง เส้นยึด , ช่วยรักษาไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคเก๊าท์ , แก้ปวดศีรษะไมแกรน , ช่วยรักษาคนหลับยาก , รักษาริดสีดวงทวาร , ช่วยเพิ่มกำลังให้แข็งแรง , ป้องกันรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของท่านชายและหญิงได้เป็นอย่างดี

หมายเหตุ เมื่อรับประทานยาธรณีสัณฑะฆาต 2-3 วันแรกจะมีอาการ คัดจมูกคล้ายจะเป็นหวัด อุณหภูมิในร่างกายจะร้อนขึ้น เมื่อมีอาการดังกล่าวให้ท่านอาบน้ำหรืออยู่ในอากาศเย็นๆอาการที่กล่าวมาก็จะหายไป เพราะตัวยาธรณีสัณฑะฆาต 2-3 วันแรกจะเข้าไปปรับสมดุลในร่างกายจึงทำให้มีอาการดังกล่าว

คำเตือน : สตรีมีครรภ์ คนเป็นไข้และขณะขับรถห้ามรับประทาน


วิธีใช้ 1-2 เม็ด ก่อนอาหารเช้า และก่อนนอน


Thoraneesanthakhat Medicine (Power Lions Medicine)


Cures wasting disease: relieves body pain, finger and toe Beriberi or Paretic, and tendons inflammation. Heals Arthritis Rheumatoid, Gout, Migraine, and relieve sleeplessness and Hemorrhoids indications. This also helps to enhance strength as well as prevents Sexual Dysfunction.

Remarks: After the first few days of dose, you may have a stuffed nose and temperature like a cold because this medicine resets body equilibrium. However, these symptoms can be relieved by taking a shower or staying in a cold place.


Caution: Not intended for use by pregnant, feverish, and driving individuals.


Usage: Take 1-2 tablets before breakfast and bedtime.


託囉尼神特勘药 (狮子补力药)

医治肌腱绷紧,四肢酸疼,手指头及脚指头发麻,韧带没有弹性,绷紧,僵硬 . 帮助医治类风湿病,痛风,偏头疼 . 医治睡不著症,痔疮,增加体力使身体健康,能有效的防止及医治男女的性功能退化

备註服用託囉尼神特勘药后,一开始2-3天,会有鼻塞好像要感冒的现象身体温度升高,若有这种现象,请您洗澡或在空气清凉的地方,这种现象就会消失,因託囉尼神特勘药的药力,於前2-3天会进去调整身体的平衡,因此会產品生这种现象。

警告: 怀孕妇女,感冒及开车时不可服用。

服用方法,早餐前及睡觉前1-2颗。

คำแนะนำเพิ่มเติม การใช้ยาธรณีสัณฑะฆาตเนื่องจากธรณีสัณฑะฆาตนั้นเป็นยารสสุขมมีร้อนค่อนข้างร้อน ในระยะแรกของการทานยาควรทานโดยเริ่มต้นการใช้ยาที่ 1 แคปซูล และควรทานก่อนนอนในช่วงอุณภูมิเย็น ติดต่อกันประมาณ 3-5 วัน ซึ่งจะเป็นช่วงของการปรับตัวระหว่างตัวยากับร่างกายของคนไข้ และเมื่อตื่นเช้าต้องอาบน้ำทุกเช้า หลังการอาบน้ำ ให้ใช้ยาประสะจันท์แดง 2 แคปซูล (คลิ๊กสั่งซื้อเพิ่ม) ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ประกอบด้วยยาสมุนไพรรสเย็น จะช่วยดับร้อนและมีฤทธิ์ในการลดไข้ได้อีกด้วย อันจะเป็นผลทำให้การรักษาได้ผลดีขึ้น

คำเตือน สตรีมีครรภ์หรือคนเป็นไข้ห้ามรับประทาน
Normal price : 0.00
Special price : 250.00

สำนักงานฝ่ายขาย เลขที่ 183/26 ถ.เทพารักษ์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 ใสนใจติดต่อคุณกร 02-178-8802,ID Line 089-145-5795(true)086-003-7316(1-2 call)088-298-9849


คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

รูปแบบข้อความล้วน|Comsenz Inc.

GMT+8, 2018-1-18 13:54 , Processed in 0.031302 second(s), 15 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน